2006/Mar/27

การสื่อสารระหว่างเรา

ยุคปัจจุบันที่มีการสื่อสารกันอย่างล้นเหลือนี้ หลายคนตกออยู่ในห้วงของการสื่อสารที่ไม่ได้พิจารณาว่าสิ่งที่ตนเองทำอยู่ถูกหรือผิด รู้เพียงว่าสิ่งที่ตนทำนั้นมันสนุก สนุกที่ได้สร้างไวรัสเพื่อเข้าไปทำลายฐานข้อมูลของผู้อื่น รู้สึกว่าในยุคที่มีการสื่อสารอย่างล้นเหลือนี้ ผู้คนคุยกันมากขึ้นแต่ความสัมผัสทางจิตใจกับมีให้กันน้อยลง หลายคนหัวเราะ ร้องไห้กับโทรศัพท์เจ็บปวดกับคนที่คุยด้วยทั้งที่ไม่เห็นหน้ากันเลย แต่ละคนคนต่างก็มีการสื่อสารคนละอย่าง

นนท์คิด นนท์เองก็มีซอกมุมของการสื่อสารกับเขาด้วย แต่คงไม่ใช่การสร้างไวรัสเพื่อเข้าไปเจาะข้อมูลของคนอื่น หากแต่หมายถึงการสื่อสารที่เป็นจดหมายที่บรรจงถ้อยร้อยคำรำพันฝากไปรษณีย์ ส่งถึงอีกผู้หนึ่งที่อยู่ห่างไกล

เป็นถ้อยคำลำนำของความคิดถึง ความห่วงใย ปรารถนาดี นนท์มักจะเขียนจดหมายมากกว่าอย่างอื่น เขาชอบที่จะบรรจงถ้อยคำออกมาเป็นจดหมายที่อบอวลไปด้วยความคิดถึง บางครั้งก็เป็นถ้อยคำที่ให้กำลังใจแก่ผู้อ่าน จดหมายเป็นสื่อที่คลากสิก นนท์คิด

จดหมายเป็นสื่อที่เล่าเรื่องราวของผู้เขียนให้อีกผู้หนึ่งได้รับรู้

จดหมายมักถ่ายทอดความรู้สึกของผู้เขียนซึ่งมีอารมณ์เป็นเครื่องรังสรรค์ ความรู้สึกต่อเติมถ้อยคำ

จดหมายที่ส่งมาถึงที่ส่งมาถึงนทท์ส่วนใหญ่มีเรื่องเกี่ยวโยงกับ

ความรัก ความเศร้า ความหลัง กำลังใจ ความสุข ความทุกข์ จนไปถึงอากาศรอบกาย ฯลฯ

วันเวลาของนนท์หมดไปกับเรื่องสัพเพเหระ จนนนท์เองไม่รู้ว่าเขาใช้เวลาต่าง ๆ เหล่านั้นหมดลงไปได้อย่างไร แต่มันก็หมดไปแล้ว หากเวลาเป็นเงินเป็นทองอย่างที่คนอื่นเขาพูดกัน นนท์เองคงให้เวลาที่เป็นเงินเป็นทองผ่านมือไปอย่างไร้ค่า

ขณะที่นนท์คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น เสียงตะโกนเรียกชื่อเขา

ก็ดังอยู่นอกบ้าน นนท์จึงเดินออกจากห้องลงไปชั้นล่างเพื่อพบคนที่มาหา เมื่อเปิดประตูออกนนท์ก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ

เอ้าเป็นไงมายังไงนิดถึงหอบร่างกายสังขารมาหาข้าได้

ฝ่ายนั้นยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย แต่ก็บอกออกมาด้วยคำสั้นว่า

คิดถึงนายว่ะเหมือนดังลมหายใจ สองสามคืนที่ผ่านมาทำอะไรก็เห็นแต่หน้านาย ห่วงว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่าเลยแวะมาเยี่ยม

ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก อย่าโอเวอร์ แต่นายพาใครมาด้วยละตั้งหลายคน

ก็เพื่อน ๆ กัน เขาจะแวะมาหาเพื่อนที่แจ้งวัฒนะ ก็เลยพามาด้วย เอ้าวาด หน่อย หนึ่ง เอก รัตน์ มารู้จักกับนนท์เพื่อนชี้เราหน่อย เราเรียนด้วยกันมา

นนท์มองเพื่อนใหม่ด้วยรอยยิ้มแห่งไมตรีจิต นานแล้วสิที่บ้านหลังนี้ไม่ได้ต้อนรับใคร นานจนเกือบจะลืมว่าตัวเองยังอยู่บนโลกใบเก่า

นนท์คิดหรือเปล่าว่า การสื่อสารสมัยนี้มีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปมาก

นิดถามขึ้นในท่ามกลางเพื่อนเมื่อต่างคนต่างอิ่มเปล้กับข้าวเทียงแล้ว และต่างก็เลือกมุมนั่ง มุมนอนตามที่ตัวเองชอบ

พวกเราลองมาวิจารณ์เครื่องสื่อสารสมัยนี้กันหน่อยไหม

เรามาลองมองถึงโทรเลขก่อนเลยนิดว่า เพราะว่าเป็นสื่อแรกที่กำลังจะตายไปพร้อมกับวันเวลา ข้อดีของโทรเลขคือส่งถึงไว ใช้ถ้อยคำกระชับ ขัดใจในบางที ซึ่งกลายเป็นธรรมเนียมการเขียนข้อความโทรเลข ที่นิยมสั้น ประหยัดค่าส่งค่าเวลา บางครั้งบาดใจและทรมานจิตใจผู้รับได้อย่างทารุณ เช่นข้อความว่า ชากลับบ้านด่วนพ่อตายแล้ว กลับบ้านด่วนแม่ป่วยหนัก อารมณ์ความรู้สึกของผู้รับจะเป็นอย่างไร เพราะการสื่อสารมีขีดจำกัดข้อความก็เลยจะห้าวสั้นและบาดลึก...

เรื่องโรแมนติก อารมณ์อ่อนหวานไม่ต้องคิดถึงเลยเพราะโทรเลขไม่มีวันให้คุณซาบซึ้งได้ นอกจากว่าถ้อยคำๆ นั้นจะเป็นพูดที่คนรักคุณประดิษฐ์ขึ้นมาบอกคุณโดยเฉพาะ วันดีคืนดีอาจได้รับโทรเลขมีข้อความว่า เหมือนเดิม ได้รับแล้ว รีบกลับด่วน

อ่านเท่าไหร่มันก็ไม่ซึ้งนายว่าไหม

คือมันไม่อิ่มในอารมณ์

อิ่มในอารมณ์มีด้วยหรือนิด

มีสิ แต่มันเป็นความรู้สึกที่เฉพาะตัวอธิบายยากเพื่อนและยิ่ง

เรื่องร้าย ๆ ที่มาทางโทรเลขมันมักกระทบความรู้สึกของผู้รับอย่างทรมานเหมือนโดนไฟฟ้าช๊อต

อ่านโทรเลขแล้วมันไม่หวานได้อารมณ์เหมือนอย่างจดหมายใช่ไหมนิด

จะว่างั้นก็ได้นนท์ นิดตอบ

แล้ววาดกับคนอื่นละคิดว่าเป็นยังไง

วาดว่าจดหมายมักมีความหวานอยู่ในถ้อยคำของมันเช่นว่า คิดถึงจัง ได้รับจดหมายแล้วนะดีใจมาก ห่วงใยคุณเสมอ จิตใจยังอยู่ดีหรือเปล่า ไว้พบกันใหม่ฉบับหน้าเมื่อความในใจอยากเปิด อย่าทำให้คนอยู่ไกลต้องเป็นห่วงละ รักคุณอย่างที่ไม่เคยรักใคร อยากเห็นหน้าคุณจัง...ฯลฯ คำเหล่านี้เป็นคำที่สวยงาม เป็นคำที่ผู้อ่านซาบซึ้ง และนี้คงเป็นเสน่ห์ของจดหมาย

แต่หน่อยว่าใช้โทรศัพท์ดีกว่าเพราะต่อถึงได้ทันที ได้ยินเสียง ได้พูดโต้ตอบกันเหมือนอยู่ใกล้แต่สิ่งที่โทรศัพท์ไม่มีเหมือนจดหมายก็คือลายลักษณ์อักษร เพราะคำพูดที่พูดแล้วล้วนเลื่อนหายไปไม่อยู่ในความทรงจำนาน ไม่สามารถนำกลับมาอ่านซ้ำอีกได้ ที่สำคัญเป็นสื่อที่ต้องเสียงเงิน ทั้งมีการหลอกลวงกันโดยต่างคนต่างก็ไม่รู้จักชื่อจริงและที่อยู่จริงของกันและกัน

นี้ยายหน่อยแค่โทรศัพท์พูดคุยกันนะต้องรู้จักชื่อจริงที่อยู่ของกันด้วยหรือ หนึ่งว่า

ก็แค่คุยกันทางโทรศัพท์นี้ละ ที่ผู้หญิงโดนหลอกไปข่มขืนมานักต่อนักแล้วต่างแต่ว่าใครจะกล้าพูดออกมา บางคนร้องไห้ หัวเราะกับโทรศัพท์ กระทั่งเด็กตัวกระเปียกก็สร้างหนี้สินกับคลื่นโทรศัพท์ที่มองไม่เห็นแต่ควักเงินจากกระเป๋าของพ่อแม่เด็กนั้นไป โทรศัพท์มือถือไม่เหมาะสำหรับคนมีรายได้น้อย เพราะจะเป็นการสร้างหนี้โดยไม่จำเป็น และในยุคปัจจุบันที่คราบการบริโภควัตถุนิยมครอบงำเราคนพูดอะไรไม่ได้นัก...

หนึ่งออกความเห็นบ้างว่า พอมีโทรหรือแฟกซ์ขึ้นมา ดูเหมือนจะเป็นการผสมผสานระว่างความเร็วของโทรศัพท์เข้ากับการสื่อสารด้วยตัวอักษร

แต่ถึงกระนั้นกระดาษแฟกซ์ก็ไม่สามารถสร้างความรู้สึกที่ดีได้

เท่ากับการเห็นลายมือจริงที่มากับจดหมาย หน่อยแย้ง

ได้เห็นลายมือที่นอนแน่นิ่งรอผู้อ่านเพ่งสายตาอ่านที่ละบรรทัดที่ละอักษร อย่ากลัวว่ามันจะตกหล่น หรือเห็นกระดาษเขียนที่มีแบบต่าง ๆ ย่อมให้ความรู้สึกแปลกออกไป และที่สำคัญจดหมายมีความเป็นส่วนตัว ซึ่งกระดาษแฟ็กซ์ทำไม่ได้ เธอคงรู้นะหนึ่งกระดาษแฟกซ์เป็นกระดาษที่มาอย่างเปิดเผย ผู้รับไม่มีโอกาสได้ละเลียดเกะ หรือบรรจงตัดซองเพื่ออ่านข้อความข้างใน เออยายชอบความลับ...

นี่พวกเธอลืมดูเพจเจอร์แล้วเหรอ หนึ่งเอ่ยขึ้น

พวกเรานึกว่านายหลับไปแล้วเสียอีก

ยังเรานอนฟังอยู่ แต่พวกนายลืมไปอย่างหนึ่ง ดูเหมือนว่าลืม

เพจเจอร์ซึ่งเป็นสื่อที่เกิดไวตายเร็ว และตอนนี้สื่อที่ไม่ต้องเยี่ยวยารักษามีสองอย่างคือโทรเลขกับเพจเจอร์ เพราะรักษาเยี่ยวยาอย่างไรก็ไม่รอด (ปล่อยให้ตายไปกับกาลเวลา) และสิ่งที่ต้องใช้ใน

เพจเจอร์ก็โอนเข้าไปอยู่กับโทรศัพท์เรียบร้อยแล้ว

เพจเจอร์นะจะส่งข้อความเมื่อไหร่ก็ได้ ส่งที่ไหนก็ได้แต่ส่งในที่ไกลมากไม่ได้ หากส่งข้อความที่อบอุ่น ส่งมากับความคิดถึง แต่ตัวเองอยู่กลางป่าละก้อ สัญญาณคงรับไม่ได้เพราะถูกป่าปิดล้อมไว้หมดแล้ว การส่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมด้วย

ข้อเสียของเพจเจอร์คือส่งข้อความได้สั้น อีกอย่างต้องอาศัยเจ้าหน้าที่โอเปอเรเตอร์เป็นผู้จัดการส่งข้อความให้ ดังนั้น หากชายใด หญิงใดที่คิดจะส่งข้อความอันหวานซึ้งกินใจ กรุณาทำใจไว้ก่อนเพราะเจ้าหน้าที่ส่งสารให้เขาอาจแอบอ้วก แอบหัวเราะ แอบอิจฉา แอบล้อเลียน หรือนินทาต่อข้อความของคุณที่ส่งไปก็ได้ คะคุณนักวิชาเกิน

วาดสับหยอก แล้วพวกเราก็หัวเราะกัน

ดีหน่อยก็อาจจะแอบยิ้มกับคำหวาน ๆ นั้น หนึ่งว่า สื่อสารล่าสุดละพวกคืออะไร ไม่มีสื่อสารล่าสุดหรอกเพื่อนตราบใดที่มนุษย์ยังคงมีวิวัฒนาการทั้งพัฒนาการสร้างสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

ไอ้รัตน์ออกความเห็นหน่อยสิ สื่ออย่างล่าสุดไงเพื่อนที่มีครบทั้งภาพและเสียง เป็นวิวัฒนาการของสื่อทุกชนิด อะไรละเพื่อน ๆ พร้อมใจกันถาม เอ้าก็คอมพิวเตอร์ไงละ คอมพิวเตอร์เป็นสื่อที่ทันสมัยและรวดเร็วที่สุด และเป็นสื่อที่คนสมัยนี้นิยมกัน สื่อชนิดนี้ใช้ไปในทางที่ดีก็อย่างมหาศาล แต่หากใช้ไปในทางที่เลวก็อันตรายอย่างมาก เหมือนที่เป็นข่าวกันอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์

พาหนะที่นำสารไปส่งถึงที่หมายปลายทางของคอมพิวเตอร์คือ อีเมล์ (e-mail) อีเมล์ก็คือจดหมายอีเล็คทรอนิกส์ที่ต้องส่งผ่านอินเตอร์เน็ตอีกต่อหนึ่ง ส่งได้ทั้งภาพพร้อมทั้งเสียง หรือจะส่งภาพพร้อมกับเสียงดนตรีก็ยังได้ หรือคุณนนท์จะส่งครบชุดทั้ง อักษร ภาพ เสียงเลยก็ได้

หากแต่เวลาจะรับส่งต้องทำหน้าคอมพิวเตอร์เท่านั้น

ใช่ครับ คุณนนท์ผู้บ้าจดหมาย

นิดแย่ง ไม่เหมือนจดหมายหรอกนนท์ที่จะเขียนเมื่อไหร่ก็ได้ อย่างไรก็ตามคอมพิวเตอร์นับว่าเป็นวิวัฒนาการของสื่อสมัยนี้ จำเป็นที่เราต้องเรียนรู้ไว้บ้าง แม้จะไม่ได้ใช้เลยก็ตามที การสื่อสารที่พวกเรากล่าวมาล้วนแต่เป็นวิวัฒนาการของกาลเวลา แต่ละยุคแต่ละสมัยได้เคยใช้มาแล้ว แม้สมัยนี้สื่อบางชนิดคนเราอาจไม่ค่อยได้ใช้ก็ตามที

นนท์สรุป แต่ละคนลองให้นิยามของการสื่อสารมาสิ

นิดเอ่ยขึ้นว่า

เราขอเรียกคำย่อของการสื่อสารเฉพาะตัวว่า หดสั้น รวบรัด ขัดใจ โทรเลข และใกล้จะตายไปพร้อมกับกาลเวลา...

วาด

บรรจงเปิด เกิดความรู้สึก นึกเมื่อไหร่เขียนได้เมื่อนั้น จดหมาย ๆ ยังคงเป็นไปอยู่ ดำเนินไปอย่างนิ่มนวล ตราบเท่าความรู้สึกของคนยังมีให้กันส่งถึงกันอยู่...

หน่อย

เกิดไว ตายเร็ว ความรู้สึกผูกพันน้อย เพจเจอร์

หนึ่ง

วัตถุนิยม กลลวง ใช้ง่าย จ่ายเร็ว สร้างหนี้ คล้ายจำเป็น โทรศัพท์

เอก

ครบเครื่อง รวดเร็ว ทันใจ พัสดุเยอะ ราคาแพง อาจจะไร้ความจริงใจในบางครั้ง ( คนใช้คอมบางคน ) คอมพิวเตอร์

รัตน์

พวกนายพากันพูดหมดแล้วจะให้เราพูดอะไรละ การสื่อสารทุกอย่างมีวิวัฒนาการมาแบบไม่เป็นพิษเป็นภัย มันขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าจะนำไปใช้ในทางใด หากนำไปใช้ถูกทางก็ย่อมเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้านำไปใช้ในทางที่ไม่ดีก็ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายยิ่งยวด มันอยู่ที่เราจะเลือกใช้ด้านไหนเพราะทุกสิ่งทุกอย่างมีสองด้านเสมอ...

หากคุณรู้สึกเหงา จะดีกว่าไหมที่เราจะหากระดาษ หรือเตรียมโปสการ์ดติดตัวไว้เพื่อเขียนหาเพื่อนบ้าง เขียนหาคนคุ้นเคยกระทั่งเขียนหาตัวเอง...บอกความคิดถึงห่วงใยส่งกันกัน ให้กำลังใจแก่ตัวเอง ในวันที่คุณไม่มีไม่มีใคร คุณน่าจะหากระดาษมาไว้ใต้หมอน...

เพื่อจะถือโอกาสระบายความรู้สึกในใจที่มันคุกกรุ่นนั้นออกมาเป็นตัวอักษรสื่อสารถึงกัน ซึมแต่อย่าเศร้า เหงาก็อย่างเงียบ เงียบแต่อย่าเก็บกด เก็บกดแต่อย่ากดดันตัวเอง คิดถึงก็บอกออกไป ส่งข่าวถึงเพื่อนผู้ห่างไกลให้เขาได้รับรู้บ้างว่า...คิดถึงห่วงใย

ข้อเสียของจดหมายคือการถึงช้า รอนานหน่อย ไม่ทันใจ ยากต่อการเข้าใจว่าผู้ส่งเป็นคนเขียนเองหรือไม่ หากว่าคนอื่นคนแทน ถึงอย่างไรก็ตามแต่ ในภาษาอักษรที่สื่อถึงกันนั่นย่อมหมายถึงมิตรภาพไมตรีจิตที่เราต่างมีให้กันกับวันเวลาที่ผ่านมา...

จดหมายเป็นสื่อรักที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และเป็นสื่อที่ให้ความรู้สึก สัมผัสได้ อิ่มอกอิ่มใจในตัวอักษรที่สื่อถึงกัน ความรู้สึกเช่นนี้ไม่มีในสื่อชนิดอื่น ๆ แม้กาลเวลาในสมัยปัจจุบันจะมีสื่อต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายหลายชนิด แต่ผมก็ยังเชื่อว่าไม่มีสื่อชนิดไหนจะให้ความรู้สึกที่ดี ความทรงจำอันงดงามได้เท่ากับจดหมาย

..........

วิฬาเถื่อน

6 กรกฎาคม 2548

Comment

Comment:

Tweet


ใช่แล้ว จดหมายให้ความรู้สึก ได้ดีมาก
#1 by na (117.47.52.126) At 2007-11-24 21:43,