2006/Mar/21

บาดแผลที่มองไม่เห็น

แสงแดดสีเหลืองอ่อนของยามบ่ายค่อนข้างปลอดโปร่ง ทอแสงอยู่ร่ำไร ก่อนที่เมฆหมอกสีดำจะเข้ามาบดบังแทนที แสงสะท้อนค่อย ๆ ถูกกลื่นจนกลายเป็นมืดมน

ทั่วท้องฟ้ามืดครึ้มทาบทาหลังคาโบสถ์วิหารเป็นเงาเลื่อมซ้อน เงาของต้นโตใหญ่หายไปกับความมืดที่ถูกปกคลุม แล้วฝนก็โปรยปลายลงมาดุจมีคนว่านเมล็ดเงินลงสู่พื้นดินสวยงามและนิ่มนวล

ศาลาพักร้อนที่ไม่ค่อยมีคนดูแล มีคนเข้าไปอาศัยเพื่อหลบฝน จากหนึ่งเป็นสอง จากสองก็มากขึ้นเรื่อย ๆ ...บางครั้งสิ่งที่เรามองไม่เห็นคุณค่า ก็มีคุณค่าความหมายเมื่อถึงเวลาของมัน ฉะนั้นบางสิ่งบางอย่างเราวัดเพียงตาเปล่าอย่างเดียวไม่ได้...

จิตตรามองผู้คนที่มาในงานฌาปนกิจศพวันนี้บางคนคล้ายสูญเสียจิตวิญญาณ จิตวิญญาณไม่ได้ถูกซื้อแต่ถูกสังคมตีกรอบให้ทำตามกฎเกณฑ์ เสแสร้งตามเงื่อนไขนั้น

งานศพยังคงดำเนินไป คนตายมอดไหม้ คนอยู่ยังคงต้องแสดงบทบาทจนกว่าชีวิตเราจะถึงเวลาสิ้นสุดและมอดไหม้ คนตายไม่มีบทให้เล่น คนอยู่ยังต้องเล่นบทต่อไป แขกเหรื่อที่มาเป็นเกียรติแก่ผู้ล่วงลับส่วนมากเป็นสภาพสตรี รถเก๋งคันแล้วคันเล่าวิ่งเข้ามาจอดในบริเวณวัด ทำให้บริเวณวัด แคบลงถนัดตา บรรดาสภาพสตรีเหล่านั้นมีทั้งวัยสาว วัยกลางคนต่างแต่งกายด้วยชุดดำ เป็นการไว้ทุกข์ไว้อาลัยให้แก่ผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย แม้กระนั้นทุกคนก็ดูสดสวยด้วยชุดที่ตัดเย็บอย่างดี นำสมัย ตามแฟชั่น บางคนสวยด้วยเครื่องประดับเพชร เครื่องทองประดับกายสวยด้วยการแต่งแต้ม บางก็สวยด้วยการเม้คอัพใบหน้าด้วยเครื่องประทินผิว การเยื้องกายก้าวย่างล้วนมีลีลาอยู่ในที การยกมือไหว้หรือแสดงความคารวะคนรู้จักและคนไม่รู้จักคล้ายการแสดงละครฉากหนึ่ง ซึ่งบางคนไม่ได้ทำออกมาจากใจ ต่างก็มีม่านมายาเฉพาะตัว...เศรษฐีนีม่ายกับลูกสาววัยกำดัด ผู้มีชื่อเสียง มีเกียรติในวงสังคมคนกรุง ทั้งมักจะมีชื่อปรากฏในคอลัมน์บุคคลของสังคมบ่อย ๆ ภาพสุภาพสตรี และบุรุษในวงการต่าง ๆ ผ่านสายตาของจิตตราและนิตยาไปเรื่อย ๆ เช่น โฆษกสถานีวิทยุ ผู้จัดรายการเพลงสำหรับวัยรุ่น ดาราสาวสวยผู้มากบทบาทมากับแฟนหนุ่มดาราหน้าใหม่ นักแสดงและพิธีกรสถานีโทรทัศน์ซึ่งกำลังหอมฟุ้ง ดุจฤดูกาลแย้มบานของดอกไม้ ดาวยั่วดวงใหม่ในวงการภาพยนตร์และทีวีมาพร้อมกับดาวยั่วดวงเก่าที่อับรัศมีไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีหมอนวด คนร่ำรวยผู้อยู่ในวงสังคมเรียกว่าไอโซ

หลายคนเมื่อมาพบกันแล้วต่างก็ยิ้มแย้มให้กัน ทั้งที่รู้จักมักคุ้นกระทั้งไม่รู้จัก ยิ้มของหญิงสาวนั้นเหมือนจะบอกกันและกันว่า เธอเองคงไม่ต่างจากฉันเท่าไหร่หรอก ถ้าหากคุณไม่พูดเรื่องของฉัน ฉันก็จะไม่พูดเรื่องของคุณเช่นกัน เข้าทำนองว่า ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ชีวิตของผู้ล่วงลับจบสิ้นแล้ว แต่ชีวิตของจิตตราและนิตยายังต้องก้าวเดินต่อไป จิตตรามองโลงศพที่ตั้งตระหง่านอยู่กับที่คล้ายคำนึงถึงอะไรบ้างอย่าง...

นิตยามือชาเย็นหัวใจเย็นวาบหวิวคล้ายคนหายใจไม่ออก เหงื่อในกายหลั่งออกมาจนมือชุ่ม นิตยามางานศพนี้เพราะรู้สึกสำนึกขอบคุณหมอรัชนีผู้ล่วงลับ แต่นิตยาก็หวนนึกถึงความหลังอันปวดร้าวของเธอมันได้กลายเป็นตราบาปที่หล่อนไม่กล้าจะบอกใคร ทั้งเป็นม่านหมอกที่กัดกินจิตใจเธอ เมื่อยามที่เธอเห็นคนท้อง หรือเด็กเล็กที่ตายก่อนวัยอันควร นิตยาจะรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาในใจและรวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก... นิตยารู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปแล้วย่อมไม่อาจหวนกลับคืนมาได้

บางครั้งนิตยาก็ตั้งคำถามเกี่ยวกับผู้คนสมัยนี้ ทั้งห่วงกังวนคล้ายกลับเธอเอาเรื่องของคนอื่นมานั่งครุ่นคิดเป็นเรื่องของเธอเอง ปัญหาวัยรุ่นสมัยนี้อันตรายกว่าสมัยก่อน ๆ เพราะสมัยนี้การสื่อสารทั้งวิวัฒนาการอะไรต่างๆ ก็มากแต่กลับการป้องกันหรือการรักษานั้นเป็นเรื่องยากมาก ปัญหาซึ่งมีมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเด็กเสียตัวก่อนวัย การแข่งขันกันทำสถิติเรื่องการมีเซ็กส์ มีเพศสัมพันธ์ของเด็กผู้หญิงมัธยม ทั้งผู้ชายก็อวดกันเรื่องกินเหล้า อวดกันเรื่องดูบุหรี่ กระทั่งเสพยาเสพติด ปัญหาวัยรุ่นนั้นหากนำมาเขียนก็คงเต็มกระดาษ A4 ทั้งเรื่องแฟชั่น ยุควัตถุนิยม บริโภคแฟชั่น ไม่คิดถึงความเป็นจริง อยากได้สิ่งของโดยไม่คิดทำอะไร หาความสุขอย่างฉาบฉวย เรียนรู้วิธีหาความสุข แต่ไม่เรียนรู้วิธีป้องกัน เรื่องเข้ามาอยู่ในห้องเช่าเดียวกันโดยไม่ปรึกษาพ่อแม่ มีคู่ในวัยเรียนและปัญหาที่ตามกาก็คือการทำแท้ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องจะสิ้นสุดเพียงเท่านั้น ยังมีเงื่อนงำทางศีลธรรมอีกที่สังคมหยิบยกขึ้นแต่ชีวิตของเด็กวัยรุ่นน้อยคนนักที่คิดถึงเรื่องเหล่านี้

อาชีพหมอทำแท้งเป็นอาชีพนักบุญในคราบคนบาป เป็นผู้ผดุงความชั่วให้คงไว้อย่างสวยงาม รักษาหน้าตาให้แก่คนเป็น ผู้ที่ฆ่าลูกตัวเองได้ก็ช่างเลือดเย็น หัวจิตหัวใจเหมือนมีผีร้ายเข้าสิงสู่อยู่ในใจหล่อน ...สิ้นหมอมือมีดผู้เยี่ยวยารักษาบาดแผดด้านมืดทางจิตใจของสังคมที่เน่าเฟะแล้ว บางคนรำพึงรำพันด้วยความขอบคุณ บางคนนึกถึงความเจ็บปวดเมื่อเวลาหมอปักเข็มฉีดยาลงบนผิวเนื้อที่เร้นลับ และอ่อนละมุน... แล้วความหลังอันเป็นม่านหมอกทางความรู้สึกก็ผุดพรายขึ้นมาในมโนสำนึกของนิตยา

รถยนต์ฮอนด้าสีงาช้างวิ่งเข้ามาในลานตึกของคลินิกแห่งหนึ่งย่านสาธร หญิงสาวสองคนเดินลงจากรถแล้วเข้าไปในคลินิก จิตตราเธอเคยมาที่นี้บ่อยไหม หญิงสาวที่เดินตามหลังเพื่อนถาม มาไม่บ่อยนักเพื่อน ถึงคลินิกแล้วเธอกลัวหรือนิตยา ใช่ฉันกลัวนิตยาตอบ เธอไม่ต้องกลัวฉันรู้ดีว่าคลินิกแห่งนี้มีห้องสี่ห้อง สองห้องสำหรับให้คนไข้นั่งรอและเป็นห้องพยาบาทไปในตัว อีกสองห้องเป็นห้องจ่ายยาและที่พักส่วนตัวของหมอ บางคราวก็เป็นที่พักของคนไข้ที่มาใช้บริการ และมีห้องลับอยู่อีกสองห้องซึ่งมองเผิน ๆ แล้วย่อมไม่รู้ว่ามีห้องที่ต่อกันออกไป ฝาผนังฉานด้วยสีเขียวอ่อน มีคูน้ำซึ่งเชื่อมต่อกันเป็นคลองยาว มีผ้าดำมัดทิ้งระเกะระกะอยู่ข้างล่าง บางถุงกองทับกันอยู่ รับรองว่าไม่มีใครรู้ว่าเธอมีทำอะไรที่นี้

หมอจะรับหรือเปล่าก็ไม่รู้ อีกฝ่ายพูดด้วยความวิตก รับสิจ๋ะ ...หมอรับคนที่รู้จักกันเท่านั้น อย่างเธอนี้สบายมาก และฉันก็เคยเป็นคนไข้ของหมอมาแล้วนี้นา จิตตราปลอบใจเพื่อนซึ่งตกอยู่ในห้วงกังวลและตื่นกลัว เดินถึงหน้าประตู จิตตราพาร่างอันผุดผ่องเดินไปกดกริ่งเรียก นิตยาเดินตามหลังมาอย่างคนไร้ร่าง สักครู่มีสาวใช้ออกมาเปิดประตูให้ และทักทายผู้เป็นแขกของหมออย่างคุ้นเคย

หมออยู่หรือเปล่า

อยู่คะ

มีคนไข้ไหม

ไม่มีหรอกค่ะ

เอ...ระยะนี้ไม่มีคนไข้เลยหรืออย่างไร

มีค่ะ แต่มีเฉพาะคนไข้ธรรมดา แค่ปวดหัว ตัวร้อนเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าคุณหมอจะไม่ค่อยรับคนไข้เฉพาะทางเท่าไหร่

คุณหมอไม่รับคนไข้ที่มาทำ...หรือ ยังไงไม่ทราบค่ะ

คุณลองเข้าไปติดต่อดูเองสิค่ะ ไปเปิดประตูด้านหลังให้รถเข้าด้วยนะ จิตตราพูดแล้วก้าวเข้าไปนั่งคอยเพื่อนตรงหน้าระเบียงด้านข้าง ครู่เดียวนิตยาก็เดินขึ้นมา พอดีกับที่หมอรัชนีมา จิตตราจึงแนะนำให้หมอทราบ

เพื่อนจิตตราคะหมอ ชื่อนิตยา หวังว่าคุณหมอคงเคยเห็นและได้ยินมาบ้าง นิตยาเป็นฟรีเซ็นเตอร์โฆษณาและดาราโทรทัศน์ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณหมอ นิตยากระพุ่มมือไว้นอบน้อม เมตตาหนูด้วยเถอะนะคะ หนูขอร้องให้จิตตราพามาหาคุณหมอ เพราะเขาเคยมาทำกับคุณหมอ นี่หนูก็ลางานมาเพียงยี่สิบวันเท่านั้น

หมอรัชนีเพ่งสายตาดูหญิงสาวพร้อมกับรับไหว้ ถามยิ้ม ๆ ว่า กี่เดือนแล้วค่ะ

สี่เดือนกว่าค่ะ

พ่อเด็กมีหรือเปล่าค่ะ หมอถามตรง ๆ เห็นนิตยาอึกอักอยู่จึงค่อยพูด ไม่ต้องปิดหรอกค่ะ หมอทำมามากแล้วทั้งต่างจังหวัด และในกรุงเทพ ฯ นับเป็นร้อยถ้าหมอเอ่ยชื่อคนมีหน้ามีตาให้ฟัง รับรองว่าหนูต้องรู้จักทุกคน

ไม่มีเป็นตัวเป็นตนอย่า