2006/Mar/21

รอยทางของชีวิต

นอนดูเดือนดาวบนดินได้สัมผัสกับคืนหนาว เมื่อหยาดน้ำค้างร่วง ฉันจะรับรองสัมผัสอ่อนนิ่มด้วยใจ เมื่อดาวร่วงหล่นจากฟ้าความสว่างเข้าแทนที ฉันสัมผัสถึงรอยทางที่ดาวล่วงผ่านเพราะมันได้ทิ้งรอยตราตรึงไว้ในใจฉันเสียแล้ว

นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันรู้สึก ฉันเคยมีความรู้สึกเช่นนี้เมื่อหลายปีที่ตอนไปเที่ยวที่ผาแต้มฉันได้กางเต็นท์นอนตรงหน้าผา เฝ้ามองดูเดือนดาราในค่ำคืน ภาพที่เห็นช่างงามจับใจฉันนัก ไม่มีแสงไฟขึ้นไปรบกวนสายตาในม่านของดวงดาวเลย ช่างงามเหลือเกิน เกินกว่าค่ำบรรยายที่จะทิ้งรอยลงเป็นตัวอักษรได้ คงต้องบอกคุณในวันหนึ่งว่าฉันไร้วรรควรรณที่จะจรดคำสวย ๆ งาม ๆ ได้ แต่ที่นี้ แคมป์สนได้ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกอย่างนั้นอีกครั้ง... แคมป์สนอาจไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้นหูคนไทยทั่วไปนัก แต่หากว่าคุณเป็นนิสิตมจร. แล้ว รับรองทุกคนต้องรู้จัก หลายคนอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่หากใครได้มีโอกาสมาสักครั้ง เข้ามาสัมผัสอาจหลงใหลในเสน่ห์ของแคมป์สนอย่างไม่รู้ลืม ( ศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ )

หน้าหนาวต้องขึ้นเขาเข้าป่าปฏิบัติธรรม เป็นทฤษฎีของใครก็ช่างเถอะ ก็จริงพอถึงฤดูนี้คนก็แห่ขึ้นเขากันทั้งนั้น และเราชาวคณะนิสิตปี ๑ ก็โดนร่ายแหไปด้วย คณะเราและรุ่นพี่ปีสี่ได้ไปปฏิบัติธรรมที่แคมป์สนจังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดที่ได้สมญานามว่าสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย สภาพแวดล้อมโดยรวมโอบรายล้อมด้วยต้นไม้ ความงามของธรรมชาติ ป่าไม้เมืองหนาว และน้ำตก อากาศหนาวเย็นตลอดปี เนื่องจากเราอยู่บนเขาลูกหนึ่งสูงชนิดเหนือน้ำทะเล ร่องลมเย็นจากเทือกเขาพัดโชยผ่านเข้ามาอยู่ตลอดเวลาทำให้หนาวเหน็บอย่าบอกใคร ความสูงของภูเขาที่เราอยู่ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ความงามปรากฏในคลองจักษุในยามเช้า และยามค่ำคืน ผู้ที่มีอารมณ์สุนทรีย่อมมีนัยน์ตาที่มองเห็นความงามของม่านเมฆหมอกและท่วงทำนองของชีวิตอยู่เสมอ ช่างเป็นผู้ที่น่าอิจฉาเสียนี้กระไร

ส่วนฉันนั้นเป็นผู้มีต่อมสุนทรียภาพน้อยไปหน่อยเลยจะมองเห็นความงามกันแต่ละครั้งต้องใช้ความเงียบ และอารมณ์เข้าช่วยจึงเห็นความงามเฉพาะในตอนเช้า และตอนที่ดวงดาวพรายพราว ช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ ทะเลม่านหมอกตัดกับยอดภูสูง มองลงไปในที่ต่ำของเทือกเขา ทิวทัศน์เบื้องหน้ารองรับแสงแรกแห่งรุ่งอรุณ สะท้อนเป็นภาพที่สวยงามจับตาเกินกว่าจะพรรณนา ตกเย็นชื่นชมพระอาทิตย์อัสดง ก่อนความมืดจะเข้าเยี่ยมเยือนหลงเหลือแต่แสงพระจันทร์และ

แสงดวงดาวที่ฉาบทาบนพื้นพสุธา หมู่ดารามากมายที่ส่องประกายให้ยลโฉมอยู่บนฟากฟ้าไกลลิบ คล้ายย้ำเตือนฉันว่า ...

คนเดินทางตามหาฝันอยู่ไกลลิบ ดาวระยิบรักษาตน บนพื้นดินยอดหญ้าไหวสั้นระริกเสมือนหยอกอิงกับสายลม อุณหภูมิหนาวจับใจ อุณหภูมิใจเหงาจับจิต ( สำหรับบางคน ) ธรรมชาติรอบกายงดงามบริสุทธิ์ถือเป็นบรรยากาศน่าถวิลหา... ประดุจอ้อมกอดของแม่ผู้อนาทรต่อลูกให้รสสัมผัสที่ยากจะลืมเลือน...

การเดินทางขึ้นสู่ภูเขา เส้นทางขึ้นลงเป็นยอดดอยลาดชันคดเคี้ยวตลอดทาง อาจลำบากในการเดินทาง...แต่ว่าควรค่าแก่ความพยายาม ไม่ว่าเส้นทางนั้นจะมีขวางหนามคอยขวางกั้น เชื่อว่านักเดินทางคงไม่ท้อถอย สถานทีป่าเขาใบไม้ทึบเหมาะสมหรับนักเดินทางที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติ กางเต็นท์นอน ก่อกองไฟสู้อากาศหนาว กลางคืนนั่งนับดาวนอนจันทร์จนรุ้งสางคงจะเป็นความสุขหาใดเปรียบเหมือน ตอนเช้าทำอาหารง่าย ๆ ก่อนจะเดินตะลุยขึ้นสู่ยอดเขาชมหวิว ชื่นชมความงามอันธรรมชาติสรรค์สร้างไว้ให้อย่างมหัศจรรย์ รอยเท้าบนดินบ่งบอกชีวิตที่มีความเชื่อมั่นที่จะเดินฝ่าฟันทุกเส้นทาง... กลางคืนนอนทอดกายมองเดือนดาวบนฟ้าคล้ายมองหาความฝันของตนเองบนทางช้างเผือก ฉันค้นหาความฝันของฉันอยู่บนทางช้างเผือก อาจจะค้นหาสูงไปสักหน่อย แต่คงไม่เกินเอื้อมสอย...สักว่าฉันจะบอกกับคุณว่าฝันของฉันคืออะไร ชีวิตเหมือนดาวร่วงหล่นปลุกประกายวงชีวิตของฉันยังก้าวเดินต่อไป ดวงอาทิตย์มียามที่รุ่งโรจน์โชนช่วง ชีวิตมีขึ้นสู่จุดสูงสุดก่อนจะดิ่งลับหายดุจกระแสธารของสายน้ำ รอยทางคนจรยังมีอะไรอีกมากมายให้ต้องแสวงหา ชีวิตไม่ควรสะสมด้านเศร้า เหงา ทุกข์ จนเกินไป ควรทับถมด้านที่ดีงามมากกว่าบ่มเพาะด้านที่เจ็บปวด...

นอกเหนือจากความเรียบง่ายแล้ว ธรรมชาติยังมีสิ่งอื่นๆ ที่ฉันพบคือสิ่งต่างๆ มีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จ การติดต่อสื่อสาร ความรู้จักประมาณ และความอดทน ความสามารถในการปรับตัว ความเด็ดเดี่ยว ความใจกว้างไม่ยึดติดกับระเบียบแบบแผนมากเกินไป ความรับผิดชอบต่อสังคม และท้ายที่สุด แต่มีความสำคัญไม่น้อยก็คือ โชค ความสำคัญของคุณสมบัติเหล่านนี้จะอยู่ที่ความสัมพันธ์กัน คุณสมบัติบางอย่างก็ขัดแย้งกันและกัน เช่น ความอดทนจะเป็นปฏิปักษ์กับความเด็ดเดี่ยว แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะคิดว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะไม่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องต่อการตัดสินใจ นี้คือสิ่งที่ฉันพบ แนวคิดนี้แท้จริงแล้วก็คือความสมดุลซึ่งเป็นแนวความคิดเชิงอุดมคติ ความสมดุลเป็นแนวทางที่ช่วยให้คุณพิจารณาได้ว่า ขณะนี้คุณกำลังทำอะไร อยู่ในสถานการณ์แบบใด เป็นสิ่งที่ช่วยปกกันคุณจากสภาพความกดดันในขณะที่คุณไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไร และอะไรที่คุณต้องทำบ้าง เป็นสิ่งที่จะช่วยผ่อนปรนความเด็ดเดี่ยวลงเพื่อที่ว่าคุณลักษณะที่มีประโยชน์ข้อนี้จะไม่กลับกลายเป็นคุณลักษณะที่เป็นอันตราย

บางครั้ง...สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับคนก้าวร้าวในอันที่จะเรียนรู้ก็คือการควบคุมสัญชาตญาณต่าง ๆ ในเรื่องประโยชน์ของความสำเร็จในระยะยาว ความเปลี่ยนแปลงของสังคมจะสร้างโอกาสต่าง ๆ ให้กับคนที่เล็งเห็นความสำคัญของมันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะอยู่ในภายในหรือภายนอกขอบเขตของความเปลี่ยนแปลง ใครคนนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจึงจะประสบความสำเร็จได้

ฉันค้นพบว่าโดยอาศัยสามัญสำนึกและหลักเกณฑ์บางประการเท่านั้น ฉันก็สามารถที่จะแข่งขันและประสบความสำเร็จในสังคม ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสังคมที่แปลกแยกสำหรับฉัน ฉันได้ค้นพบว่า ฉันสามารถทำสิ่งนี้ได้โดยไม่ต้องละทิ้งค่านิยมดั้งเดิมของฉันไว้เบื้องหลัง เมื่อฉันไปทำงานในตอนเช้า แม้ว่าฉันได้ทำผิดพลาดต่าง ๆ นับไม่ถ้วนมาโดยตลอด แม้แต่ในปัจจุบัน แต่ไม่นานฉันก็พบว่าฉันสามารถแก้ความผิดพลาดเหล่านั้นให้เหลือน้อยที่สุด แล้วแปรเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นบทเรียนซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับฉันในอนาคตก็เป็นได้

ธรรมชาติสอนเราอยู่เสมอเพียงแต่เราจะหยิบคุณค่าของธรรมชาติมาเรียนรู้ หรือนำมาพิจารณาบ้างไหม ชีวิตก็เหมือนธรรมชาติที่ต้องเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ฤดูกาลมี ฟ้า ฝน ลม หนาว พายุ ฯลฯ ชีวิตก็มีอุปสรรคที่ต้องเอาชนะ มีสุขทุกข์คลุกเล้าปนเปกันไป แนวทางความคิดของฉันนั้นไม่มีเรื่องของมนต์วิเศษใดๆ ในการเผชิญหน้ากับความท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการริเริ่มมีชีวิต และฉันก็เชื่อว่าทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอำนาจในการหยั่งรู้ฟ้าดิน ทุกคนสามารถจะรุ่งเรืองเฟื่องฟูโดยไม่จำเป็นต้องมีปริญญาทางการเรียนห้อยท้าย

หรือจะต้องฟาดฟันกับพวกที่มีปริญญาทางการบริหาร ธุรกิจ หรือต้องตกอยู่ภายใต้การบงการของแฟชั่นทางการบริหารนิยมเพียงชั่วครั้งชั่วคราว

นอกจากนี้ฉันยังเชื่อว่าแนวทางของธรรมชาติก็เหมือนแนวทางของนักธุรกิจที่ต้องปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ เพื่อให้สังคมโลกอยู่ได้ ฉันเองถือการเรียนรู้ธรรมชาติเหมือนเป็นกรณีศึกษาของชายคนหนึ่งซึ่งกำลังตัดสิน ใจและเสี่ยงภัยอยู่ ทิศทางธรรมชาติสังคมเปลี่ยนแปรฤดูกาล ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ และมันจะยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไป แต่โอกาสต่าง ๆ ยังคงมีเสมอสำหรับคนที่เลือกที่จะไขว่คว้า...

อย่างน้อยแคมป์สนก็ให้ค่าความคิดจิตใจที่ดีกับเรามิใช่น้อย ฉันได้ทบทวนช่วงชีวิตที่ผ่านมา...จากสายตาผิวเผินที่มนุษย์มองเห็นมนุษย์ด้วยกัน อาจสัมผัสกันแต่ละฉากของละครบทใดบทหนึ่งที่ฝึกการแสดงมาอย่างชาชินจนกลายเป็นสัญชาตญาณ

เราผ่านกันไปมาในสังคมด้วยลีลาประดิษฐ์ประดอย แสดงออกด้วยท่าทีสุขสำราญ นั่นอาจเป็นฟอร์มที่ฝึกมาเอาใจความต้องตาของสังคมอย่างชำนาญ หญิงหรือชายมักไม่ค่อยได้รับรู้ถึงความเหงา ความเซ้งของชีวิตเปล่าเปลี่ยวของกันและกันและแม้กระทั่งของตัวเอง เราเก่งในการหาสิ่งมาบำบัดหรือลบมันไปชั่ววูบ แต่ครั้นตนได้เหลียวมาเห็นตลอดเส้นทางว้าเหว่ของตน... ช่างพบแต่ความไร้ที่พึ่งที่ล่องลอยไปในสายธารแห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย อย่างเวิ้งว้างเดียวดาย ไม่อาจล่องลอยไปในสายธารแห่งอนิจจังอย่างสงบสุข เพราะจิตใจได้ผูกกระหวัดรัดรึงอยู่กับความน่าตื่นตาตื่นใจ ที่หมุนผ่านไปผ่านมาให้ได้พบ แล้วก็ระทมทุกข์อยู่ด้วยแรงปรารถนา แท้จริงการจากโลกที่ตนผูกพันอยู่ เหมือนอยู่ในคุกตะรางที่สิ้นญาติขาดมิตร เสมือนสมณะผู้ละทิ้งประวัติศาสตร์คลุกคลีของตนมาอยู่ผู้เดียว หากความผูกพันทั้งหลาย ความทรงจำทั้งหมด ถูกสัมผัสด้วยความเงียบสงัดสงบของสติปัญญาแห่งปัจจุบันกาล...ความพลัดพรากหรือแม้แต่ความตายใยจะมีความหมาย

คนเราควรมีเวลาหลีกเร้นเพื่อสำรวจความรู้สึกนึกคิดและดวงใจของตัวเอง อย่าน้อยก็เพื่อบรรเทาความว้าวุ่นใจที่ตนเองเป็นอยู่ให้จางลงบ้าง เพราะชีวิตมีให้เรียนรู้...ไม่ได้มีไว้แบกหาม

แด่เส้นทาง...ลานใจ

การเวก บินเหนือเมฆ

31 ธันวาคม 2548

Comment

Comment:

Tweet


double wink sad smile sad smile sad smile sad smile
#5 by (125.27.32.221) At 2008-06-24 14:23,
double wink sad smile sad smile sad smile sad smile
#4 by (125.27.32.221) At 2008-06-24 14:23,
คนเราควรมีเวลาหลีกเร้นเพื่อสำรวจความรู้สึกนึกคิดและดวงใจของตัวเอง อย่าน้อยก็เพื่อบรรเทาความว้าวุ่นใจที่ตนเองเป็นอยู่ให้จางลงบ้าง เพราะชีวิตมีให้เรียนรู้...ไม่ได้มีไว้แบกหาม
#3 by na (117.47.52.126) At 2007-11-24 21:39,
big smile
#2 by na (117.47.52.126) At 2007-11-24 21:39,
...
#1 by วสิตตา (202.28.181.9 /10.6.135.133) At 2006-03-21 12:07,